สแตนเลสสตีล คืออะไร ทำไมถึงไม่ขึ้นสนิม

สแตนเลสสตีล เป็นเหล็กกล้าชนิดหนึ่ง ที่มักจะพบในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ มากมาย แล้วทำไม สแตนเลสที่เป็นเหล็กเหมือนกัน แต่ทำไมถึงไม่เป็นสนิม วันนี้เรามารู้จักกับสแตนเลสกันครับ

สแตนเลสคืออะไร ผลิตจากอะไร ?

สแตนเลสสตีล (Stainless Steel) จะเป็นโลหะที่ผสมระหว่างเหล็ก คาร์บอน และโครเมียม จึงมีความสามารถในการทนต่อการกัดกร่อนได้สูง จึงเป็นสนิมได้ยาก

เนื่องจากการที่ผสมโครเมียมเข้าไปในตัวเหล็ก ทำให้โครงสร้างของเหล็กมีการสร้าง โครเมียมออกไซต์ขึ้น และสารชนิดนี้มีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้มีอะไรมากัดกร่อนเนื้อสแตนเลสได้โดยง่าย

และสแตนเลสในตามท้องตลาดก็ยังมีให้เลือกใช้ในหลากหลายประเภท ซึ่งจะแตกต่างกันตามอัตราส่วนผสม หรือมีการใส่ธาตุอื่นๆ เข้าไป ทำให้สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น

ประเภทของสแตนเลส

1. กลุ่มออสเทนนิติค (Austenitic)

เป็นสแตนเลสชนิดที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย มีส่วนผสมของโครเมียมประมาณ 16–22% คาร์บอนไม่เกิน 0.15% และมีการผสมนิกเกิลเข้าไปอีกด้วยประมาณ 8 -14% เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติ และเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน

สำหรับรุ่นสแตนเลสสตีล ที่พบได้บ่อยในกลุ่ม ออสเทนนิติค คือ SS304 เป็นรุ่นที่ ผสมระหว่าง โครเมี่ยม 18% และนิคเกิล 8% หรือจะเรียกว่าสแตนเลส 18–8

และสแตนเลสรุ่น 200 อาจจะผสมแมงกานีส และไนโตรเจนแทน นิคเกิล เพื่อทำให้ราคาถูกลง

คุณสมบัติสำคัญของสแตนเลสสตีลกลุ่ม ออสเทนนิติค

  • ทนต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม
  • สามารถขึ้นรูปและประกอบได้ดีมาก
  • ใช้กับงานที่เกี่ยวข้องกับคึวามสะอาดและอนามัยได้ดี
  • แข็งแรง และยืดหยุ่นสูง
  • แม่เหล็กดูดไม่ติด
  • ทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่เย็นจัดจนถึงประมาณ 600°C

รุ่นสแตนเลสที่พบได้ในกลุ่มออสเทนนิติค คือ SS200 Series, SS304, SS316 , SS304L, SS316L

2. กลุ่มเฟอร์ริติค (Ferritic)

เป็นสแตนเลสที่ใช้งานมากเป็นลำดับถัดมา มีส่วนผสมของคาร์บอนต่ำ โดยจะใช้โครเมียมเป็นส่วนผสมหลักอยู่ระหว่าง 10.5–27% และมินิกเกิ้ลผสมอยู่เล็กน้อย หรือไม่มีเลย

สแตนเลสชนิดนี้มักจะนำไปใช้ในการผลิต ถังน้ำ เครื่องครัว เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

คุณสมบัติของสแตนเลสสตีลกลุ่ม เฟอร์ริติค

  • ทนต่อการกัดกร่อนได้ดี
  • ต้านทานการกัดกร่อนใต้แรงเค้นได้ดีกว่า ออสเทนนิติก
  • มีข้อจำกัดในการขึ้นรูป ไม่สามารถชุบแข็งได้
  • ทนอุณหภูมิได้สูง ถึง 850°C
  • แม่เหล็กดูดติด

รุ่นสแตนเลสที่พบได้ในกลุ่ม เฟอร์ริติค คือ 430, 430Ti, 439, 409

3. กลุ่มมาร์เทนซิติค (Martensitic)

เป็นแสตนเลสที่ผลิตจากโครเมียมประมาณ 12 -14% คาร์บอนประมาณ 0.1–1% นิกเกิล 0–2% และลิบดินัม 0.2–1%

ซึ่งผลที่ออกมาสแตนเลสชนิดนี้จะมีความทนทานที่มากขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น

คุณสมบัติของสแตนเลสสตีลกลุ่ม มาร์เทนซิติค

  • มีความต้านทานการกัดกร่อนปานกลาง
  • สามารถปรับความแข็งแรงได้
  • ใช้ในงานอุณหภูมิสูงได้ถึง 593°C
  • มีข้อจำกัดในการเชื่อม เนื่องจากมีคาร์บอนสูง

4. กลุ่มดูเพล็กซ์ (Duplex Stainless Steel)

เป็นสแตนเลสมีโครงสร้างที่ผสมระหว่างเฟอร์ไรต์ และออสตไนต์ โดยมีโครเมียมผสมอยู่ประมาณ 19–28% โมลิบดินัมมากกว่า 5% และมีนิกเกิลน้อยกว่า ออสเทนนิติค

ซึ่งสแตนเลสชนิดนี้มีความต้านทานต่อการแตกร้าน และการกัดกร่อนได้ดีมาก สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดหรือด่าง

คุณสมบัติของสแตนเลสสตีลกลุ่ม ดูเพล็กซ์

  • ทนต่อคลอไรด์ ทำให้ใช้ได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดหรือด่าง
  • ต้านทานต่อการกัดกร่อน
  • ใช้ในงานเชื่อมและการขึ้นรูปได้ดี

5. กลุ่มเพิ่มความแข็งด้วยการตกผลึก

เป็นสแตนเลสที่มีความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อนได้ด ีและยังขึ้นรูปและชุบแข็งได้ในทีเดียว จึงมักจะถูกนำมาทำเป็นแกนสิ่งต่างๆ เช่น ปั้ม หัววาล์ว

สำหรับส่วนผสมของสแตนเลสชนิดนี้จะประกอบด้วย โครเมียมประมาณ 17% นิคเกิล 4% และใส่ไนโอเบียมกับทองแดงอย่างละเล็กน้อย

สินค้าแนะนำ


แชร์บทความนี้ให้เพื่อน