เลือกซื้อเคเบิ้ลแกลนอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน

เคเบิ้ลแกลน เป็นอีกอุปกรณ์สำหรับงานไฟฟ้าที่มีความสำคัญ ดังนั้นการเลือกซื้อจะต้องมีการเช็ครายละเอียดอย่างดี เพื่อให้เคเบิ้ลแกลนที่เราซื้อมานั้นสามารถใช้งานได้ตามต้องการ วันนี้จึงมาขอแนะนำ วิธีเลือกซื้อเคเบิ้ลแกลนอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน

1. เช็คขนาดของสายไฟก่อน

ก่อนที่เราจะเริ่มเลือกซื้อเคเบิ้ลแกลนมาใส่ในกล่องพักสายไฟหรือกล่องอื่นๆ ที่เราได้เตรียมไว้ จำเป้นจะต้องวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟเสียก่อน เพื่อให้เราสามารถเลือกเคเบิ้ลแกลนที่เหมาะสมกับสายไฟ ช่วยให้สามารถรัดสายไฟได้แน่น

2. เลือกประเภทเกลียวของการใช้งาน

สำหรับผู้ที่พึ่งสั่งซื้อกล่องมาใหม่ที่ยังไม่ได้ทำการเจาะอาจจะไม่มีปัญหาในส่วนนี้เท่าไหร่ แต่ในบางกล่องก็จะมีเกลียวติดมากับกล่องอยู่แล้ว ซึ่งเราจะต้องรู้จักกับเกลียวที่ใช้สำหรับกล่องนั้นๆ

ซึ่งจำเป็นต่อการใช้งาน เพราะถ้าหากเกลียวไม่ตรงกันอาจจะส่งผลทำให้ ไม่ใช้สามารถใช้งานร่วมกันได้ หรืออาจจะทำให้การล็อคเกลียวนั้นไม่สนิทกันดี ทำให้มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปเกาะวัสดุภายในได้

ดังนั้นเรามารู้จักกับเกลียวที่ใช้กับเคเบิ้ลแกลนกันก่อนเลย

เกลียวในมาตรฐานทั่วไปนั้นมีอยู่มากมาย แต่มาตรฐานในบ้านเราจะมีการใช้งานเกลียวอยู่หลักๆ 3 ประเภท นั่นคือ M, NPT, PG

     2.1 เกลียว M หรือเกลียวเมทริก หรือเรียกอีกแบบว่าเกลียวมิล เป็นเกลียวที่เป็นมาตรฐานทั่วไปของสกรู น๊อต และอุปกรณ์จับยึดทั่วไป

     2.2 เกลียว NPT หรือเกลียวหุน เป็นเกลียวที่สามารถพบได้บ่อยในอุตสากรรมทั่วไป รวมถึงท่อประปา

     2.3 เกลียว PG เป็นอีกเกลียวหนึ่งที่เป็นมาตรฐานมาจากประเทศเยอรมัน

3. เลือกวัสดุที่ต้องการใช้งาน

ในท้องตลาดจะมีเคเบิ้ลแกลน จำหน่ายอยู่ในหลากหลายวัสดุ ซึ่งที่พบได้บ่อยจะมี พลาสติก สแตนเลส และทองเหลืองชุบนิคเกิล

ซึ่งการเลือกใช้งานจะต้องดูในหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น ราคา ความทนทาน สถานที่ที่ใช้ในการติดตั้ง เช่น หากอยู่ในจุดที่มีโอกาสเจอกรด เกลือ หรือสารเคมีอื่นๆ การเลือกใช้เคเบิ้ลแกลนพลาสติกอาจจะไม่เหมาะมากนัก

4. ราคาของเคเบิ้ลแกลน

เกี่ยวเนื่องจากข้อ 3 คือ ถ้าเราเลือกวัสดุที่เป็นโลหะ ราคาต่อชิ้นก็อาจจะสูงกว่า เคเบิ้ลแกลนที่ทำจากพลาสติก ดังนั้นเราต้องดูให้เหมาะสมกับทุนในการจัดซื้อวัสดุด้วย

5. คุณภาพของสินค้า

นอกจากราคาและวัสดุแล้ว เราต้องเลือกคุณภาพสินค้าอีกด้วย เพราะในสินค้าที่เป็นวัสดุเดียวกัน อาจจะมีคุณภาพที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราควรใส่ใจต่อคุณภาพเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

ซึ่งเบื้องต้น อาจจะดูจากมาตรฐานที่สินค้าได้รับ อาทิเช่น CE , ROHs , IP และการได้เห็นสินค้าก็จะช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้น

จบไปแล้วกับวิธีเลือกซื้อเคเบิ้ลแกลน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้สามารถเลือกซื้อได้ถูกต้องกับการใช้งาน

สินค้าแนะนำ

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน